ระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์
แชทกับเรา
คลิกเลย
💬 ผู้ช่วยญาดา

ระบบถาม-ตอบอัตโนมัติ

พร้อมให้บริการ
กำลังโหลด...
X
เทศบาลตำบลห้วยแก้ว
อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก
สถานที่สำคัญ-ท่องเที่ยว
โรงเรียนบางกระทุ่มพิทยาคม

ประวัติโรงเรียน
โรงเรียนบางกระทุ่มพิทยาคม ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ต.บางกระทุ่ม อ.บางกระทุ่ม จ.พิษณุโลก เปิดเรียนเป็นครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 มิถุนายน พ.ศ.2518 โดยชาวบางกระทุ่ม และคณะกรรมการอำเภอได้ขออนุญาตเปิดโรงเรียนมัธยมเป็นแห่งที่ 2 ของอำเภอ ขณะนั้นกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งมี ดร.นิพนธ์ ศศิธร เป็นรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เมื่อกระทรวงอนุญาตจึงเปิดรับสมัคร นักเรียนและรับโอนนักเรียนจากโรงเรียนเนินกุ่มวิทยาเป็นบางส่วน และเนื่องด้วยอาคารเรียนยังไม่มีจึงไปอาศัยเรียนที่โรงเรียนบางกระทุ่ม โดยมี นายวิชิต เลี่ยมสกุล ศึกษาธิการอำเภอบางกระทุ่มสมัยนั้นรักษาการแทนครูใหญ่ จนถึงวันที่ 15 ตุลาคม พ.ศ.2518 กรมสามัญศึกษาได้แต่งตั้ง นายธีรพนธ์ อินแตง ครูโทโรงเรียนพิษณุโลกพิทยาคม มาดำรงตำแหน่งครูใหญ่ ในปีแรกมีนักเรียน 67 คน แบ่งเป็น 2 ห้องเรียน มีครู 5 คน และมีนักการภารโรง 1 คน

ปี 2519 โรงเรียนได้ย้ายมาทำการเรียนการสอน ในที่ดินที่ประชาชนช่วยกันบริจาคเงินซื้อ จำนวน 35 ไร่
ปี 2534 โรงเรียนได้รับการคัดเลือก ให้เข้าโครงการโรงเรียนมัธยมเพื่อพัฒนาชนบท (มพช. 1 รุ่น 2) ซึ่งเริ่มโครงการปี 2523 สิ้นสุดโครงการปี 2527 และในปีนี้ผู้ปกครองนักเรียนร่วมกันบริจาคเงินซื้อที่ดิน ให้โรงเรียนอีก 10 ไร่ รวมที่ดินทั้งหมดเป็น 45 ไร่
ปี 2526 โรงเรียนขออนุญาตกระทรวงศึกษาธิการเพื่อเปิดสอนนักเรียนในระดับ ม.ปลาย
ปี 2527 โรงเรียนได้รับอนุญาตให้เปิดสอน ม. ปลายได้ และในปีเดียวกันนี้มีผู้บริจาคเงินซื้อที่ดิน ให้โรงเรียนอีก รวมพื้นที่ทั้งหมด 52 ไร่ 104 ตารางเมตร

มูลนิธิชัยพัฒนาบ้านเกาะคู

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระราชดำริให้จัดตั้ง "มูลนิธิชัยพัฒนา" โดย ทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ และทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เป็นองค์ประธาน เพื่อสนับสนุนช่วยเหลือประชาชนในลักษณะของการดำเนินงานพัฒนาต่างๆ ในกรณีที่ต้องถูกจำกัดด้วยเงื่อนไขของกฎเกณฑ์ ระเบียบ หรืองบประมาณที่ระบบราชการไม่สามารถดำเนินการได้ทันที จนเป็นเหตุให้การแก้ไขปัญหาไม่สอดคล้อง หรือทันกับสถานการณ์ที่จำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องกระทำโดยเร็ว การที่มูลนิธิชัยพัฒนาเข้ามาดำเนินการเช่นนี้ ส่งผลให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างแท้จริง รวดเร็วฉับพลัน โดยไม่ตกอยู่ภายใต้ข้อจำกัดใดๆ ทั้งสิ้น อาจกล่าวได้ว่าการดำเนินงานของมูลนิธิชัยพัฒนาเป็นการช่วยให้กระบวนการพัฒนา เกิดความสมบูรณ์ขึ้น

วัดแม่เทียบ

วัดแม่เทียบ ตั้งอยู่ที่ หมู่ที่ 1 ตำบลบางกระทุ่ม อำเภอบางกระทุ่ม จังหวัดพิษณุโลก บนเนื้อที่ประมาณ 10 ไร่ เดิมมีชื่อว่า "วัดคลองน้ำใส" สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2374 โดยพระครูวิสุทธิวารี (อิ่ม) อดีตเจ้าอาวาสรูปแรกของวัด

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2557 ชาวบ้านได้ขุดพบต้นตะเคียนทองขนาดใหญ่ ความยาว 31 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 4.5 เมตร ฝังอยู่ในลำคลองบึงแฝด ห่างจากวัดแม่เทียบประมาณ 4 กิโลเมตร ชาวบ้านจึงช่วยกันนำต้นตะเคียนทองมาไว้ที่วัดแม่เทียบ และได้มีการทำพิธีอัญเชิญต้นตะเคียนทองขึ้นประดิษฐานไว้หน้าวัด

ต้นตะเคียนทองที่วัดแม่เทียบเป็นต้นตะเคียนทองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เป็นที่เคารพศรัทธาของพุทธศาสนิกชนทั่วไป ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสักการะต้นตะเคียนทองเป็นจำนวนมาก

ภายในวัดแม่เทียบ มีสิ่งที่น่าสนใจสำคัญ ได้แก่

ต้นตะเคียนทอง ต้นตะเคียนทองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ประดิษฐานอยู่หน้าวัด
พระอุโบสถ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2374 มีลักษณะเป็นอาคารทรงไทย หลังคาทรงจั่ว หน้าบันประดับด้วยลายปูนปั้น ภายในประดิษฐานพระพุทธชินราชจำลอง พระประธาน
วิหาร สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2420 มีลักษณะเป็นอาคารทรงไทย หลังคาทรงจั่ว หน้าบันประดับด้วยลายปูนปั้น ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ
ศาลาการเปรียญ สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 2460 มีลักษณะเป็นอาคารทรงไทย หลังคาทรงจั่ว หน้าบันประดับด้วยลายปูนปั้น
วัดแม่เทียบเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางศาสนาที่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวทั่วไป ในแต่ละปีจะมีนักท่องเที่ยวเดินทางมาสักการะต้นตะเคียนทองและชมความงามของวัดเป็นจำนวนมาก

ลักษณะเด่นของวัดแม่เทียบ คือ ต้นตะเคียนทองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ประดิษฐานอยู่หน้าวัด




LINE OA QR Code
โบว์ไว้อาลัย